โลโก้แมนเชสเตอร์ ซิตี้แมนซิตี้(Manchester city)

สโมสรแมเชสเตอร์ ซีตี้เป็นอีกหนึ่งสโมสร ที่อยู่ในพรีเมียรลีค ซึ่งเป็นลีคสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษ ด้วยความสามารถของทีม ที่นอกจากจะเป็นทีมที่หลายคนชื่นชอบแล้ว นี่ก็เป็นอีกทีมแข็งอีกทีมหนึ่งในฟุตบอลอังกฤษ

แมนซิตี้คือใคร

สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า แมนซิตี้ เป็นสโมสรของอังกฤษ ตั้งอยู่ที่เมืองแมนเชสเตอร์

  • สโมสรก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1880 ภายใต้ชื่อ เซนต์มากส์ (เวสต์กอร์ตัน)
  • ในปี ค.ศ. 1887 ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น สโมสรฟุตบอลอาร์ดวิก
  • และท้ายที่สุดใน ค.ศ. 1894 ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น แมนเชสเตอร์ซิตี้
  • สโมสรมีชุดประจำทีม ชุดเหย้าตั้งแต่ปี ค.ศ 1894 มาถึงปัจจุบัน

สนามแข่งแมนซิตี้สนามแข่งของแมนซิตี้

สนามของทีมแมนซิตี้ ปัจจุบันตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมือง คือสนามกีฬาซิตี้ออฟแมนเชสเตอร์ หรือเป็นที่รู้จักกันในนามว่า สนามกีฬาเอทิฮัดซึ่งเริ่มเป็นสนามเหย้าตั้งแต่ปี 2003 ก่อนหน้านี้สนามแรกเหย้าแห่งแรกคือสนามเมนโรด โดยเริ่มใช้ในปีค.ศ.1923

โดยในปัจจุบันสนามสามารถจุที่นั้งได้ถึง 53,000 ที่นั่ง สนามถูกเปลี่ยนชื่อเอทิฮัด ในปี 2011 ด้วยเหตุผลของผู้สนับสนุน ซึ่งจะอยู่ในสัญญาเช่า 200 ปี

ในปี ค.ศ.ได้มีการขยายปรับปรุงสนามจึงทำให้สามารถจุผู้ชมได้มากถึง 61,000 ที่นั่ง จึงถือได้สนามของแมนซิตี้ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของพรีเมียรลีค และเป็นอัน 10 ในประเทศอังกฤษ

สถิติในการแข่งขันพรีเมียรลีก

จากการชนะเลิศพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2017–18 แมนเชสเตอร์ซิตีได้สร้างสถิติใหม่ในพรีเมียร์ลีกมากมายคือ

  • เป็นทีมที่ทำคะแนนสูงที่สุด (100 คะแนน)
  • เป็นทีมที่เก็บคะแนนจากเกมเยือนได้มากที่สุด (50 คะแนน)
  • เป็นทีมแชมป์ที่มีคะแนนทิ้งห่างทีมอันดับสองมากที่สุด (19 คะแนน)
  • เป็นทีมที่ชนะมากที่สุด (32 นัด)
  • ชนะเกมเยือนมากที่สุด (16 นัด)
  • ยิงประตูมากที่สุด (106 ลูก)
  • มีผลต่างประตูได้เสียมากที่สุด (+79)
  • ชนะติดต่อกันมากที่สุด (18 นัด)

และในการแข่งขันพรีเมียรลีคล่าสุดของปี 2021-2022 ได้ชนะเป็นอันดับ 1ของลีก

สถิติการครองแชมป์ของทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีก 

  • แชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย ปี 2021/22 , 2020/21 , 2018/19 , 2017/18 , 2013/14 , 2011/1
  • แชมป์ลีกสูงสุด 2 สมัย ปี 1967/68 ,  1936/37
  • แชมป์เอฟเอคัพ  6 สมัย  ปี  2018/19 ,  2010/11 ,  1968/69 ,  1955/56 ,  1933/34 ,  1903/04
  • แชมป์ลีกคัพ หรือ คาราบาวคัพ  8 สมัย ปี 2020/21 ,  2019/20 ,  2018/19 ,  2017/18 ,  2015/16 ,  1913/14 ,1975/76 , 1969/70
  • แชมป์คอมมิวนิตีชีลด์ 6 สมัย ปี 2019/20 ,  2018/19 ,  2012/13 ,  1972/73 ,  1968/69 ,  1937/38
  • แชมป์ยูฟ่าวินเนอร์สคัพ 1 สมัย ปี 1969/70

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ เรือใบสีฟ้า ที่คนไทยรู้จักกันดีในช่วง 10 ปีหลังมานี้ต้องยอมรับว่าพวกเขาสามารถทำผลงานได้ดี โดยขึ้นมาติดท็อปโฟร์ในเกือบทุกฤดูกาล และได้ตั๋วไปแข่งในศึกยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกเสมอ นั่นก็เพราะสภาพทีมที่มีความพร้อมได้กุนซือรัดับแถวหน้า นักแตะที่คราคร่ำไปด้วยสตาร์ดังเกือบจะทั้งทีมจากการคว้านซื้อตัวมา เป็นหนึ่งในทีมที่มีผลงานดีทำสถิติเป็นที่สองรองจากทีมร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เท่านั้นเองในตอนนี้

นักแตะค่าตัวแพง 10 อันดับของแมนซิตี้นักแตะค่าตัวแพงที่สุด 10 อันดับแรก

ในช่วงทศววรษที่ผ่านมาทีม แมนซิตี้ ใช้เม็ดเงินมหาศาลซื้อนักแตะมากมาย ชีค มานซูร์ เข้ามาเทคโอเวอร์ เรือใบสีฟ้าลำนี้ก็ควักกระเป๋าไปแล้วกว่า 1,500 ล้านปอนด์ไปแล้ว โดยต่อจากนี้จะเป็นการเซ็นสัญญาที่กับนักแตะที่มีค่าตัวแพง ที่สุด 10 อันดับของ 

อันดับ 10.ราฮีม สเตอร์ลิง ซื้ออจากทีม ลิเวอร์พลูมาในปี 2015 ด้วยราคา 49 ล้านปอนด์ ตำแหน่ง ปีก/กองกลางตัวรุก
อันดับ 9.เออร์ลิง ฮาลันด์ ซื้ออจากทีม โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์ ปี 2022 ด้วยราคา 51 ล้านปอนด์ ตำแหน่ง กองหน้าตัวเป้า
อันดับ 8.เบนฌาแม็ง เมนดี้ ซื้ออจากทีม โมนาโก ปี 2017 ด้วยราคา 52 ล้านปอนด์ ตำแหน่ง แบ็กซ้าย/กองหลัง
อันดับ 7.เควิน เดอ บรอยน์ ซื้ออจากทีม โวล์ฟบวร์ก ปี 2015 ด้วยราคา 54 ล้านปอนด์ ตำแหน่ง กองกลางตัวรุก/ปีก
อันดับ 6.อายเมริค ลาปอร์ต ซื้ออจากทีม แอตเลติค บิลเบา ปี 2016 ด้วยราคา 57 ล้านปอนด์ ตำแหน่ง เซ็นเตอร์แบ็ก/กองหลัง
อันดับ 5.เจา คันเซโล ซื้ออจากทีม ยูเวนตุส ปี 2019 ด้วยราคา 60 ล้านปอนด์ ตำแหน่ง ฟลูแบ็ก/ปีก
อันดับ 4.ริยาด มาห์เรซ ซื้ออจากทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ปี 2018 ด้วยราคา 60 ล้านปอนด์ ตำแหน่ง ปีก
อันดับ 3.รูเบน ดิอาส ซื้ออจากทีม เบนฟิก้า ปี 2020 ด้วยราคา 62 ล้านปอนด์ ตำแหน่ง เซ็นเตอร์แบ็ก
อันดับ 2.โรดรี้ ซื้ออจากทีม แอตเลติโก มาดริด ปี 2019 ด้วยราคา 63 ล้านปอนด์ ตำแหน่ง กองกลาง
อันดับ 1.แจ็ค กรีลิช ซื้ออจากทีม แอสตัน วิลล่า มาดริด ปี 2021 ด้วยราคา 100 ล้านปอนด์ ตำแหน่ง กองกลางตัวรุก

ช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุดของทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 

ก่อนที่จะเรือใบสีฟ้าลำนี้จะแล่นมาถึงความสำเร็จในปัจจุบัน ทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เคยอยู่ในช่วงตกต่ำเป็นช่วงปี 1979 ที่ มัลคอล์ม อัลลิสัน ได้โอกาสกลับมาคุมทีมครั้งที่สอง แต่ผลงานกลับแย่ลงเรื่อยแถมยังทำการซื้อ สตีฟ เดลีย์ เข้ามาด้วยค่าตัวที่สูงมากแต่เล่นไม่เข้ากับระบบทีม ทำให้เป็นประวัติศาสตร์การซื้อตัวที่แย่ที่สุดของแมนซิตี้เลยก็ว่าได้ จนอัลลิสันทนแรงกดดันไม่ไหวต้องลาออก

แล้วก็ถึงยุคของ จอห์น บอนด์ เข้ามาคุมทีมต่อก็สามารถพาเข้าชิงเอฟเอคัพ แต่ก็แพ็ สเปอรส์ หลังจากฤดูกาลนั้น แมนซิตี้ก็ตกต่ำอย่างที่สุด (ฤดูกาล 1983 และ 1987) ต้องลงไปแข่งในระดับลีกสามเพราะตกชั้นถึงสองครั้ง กว่าจะปรับระบบและฟรอม์ทีมให้เข้าที่ไต่อันดับกลับมาอยู่ในลีกสูงสุดได้ก็ปี 1989 

ภายใต้การคุมทีมของ ปีเตอร์รีด จบอันดับ 5 คือดีที่สุดสองฤดูกาล ค.ศ. 1991 และ 1992  นอกจากนั้นก็ทำคะแนนอยู่ท้ายตารางตลอดทุกฤดูกาล จนต้องมาตกชั้นอีกครั้งปี 1996 เล่นอยู่สองฤดูกาลก็ทำคะแนนน้อยที่สุด ตกชั้นไปเล่นในลีกสามของประเทศ จนปี 2000-07 ก็เริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งและกลับมาเล่นในลีกสอง 

และตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมาก็เป็นยุคทองของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่กลุ่มทุก อาบูดาบี เข้ามาซื้อสโมสรต่อด้วยมูลค่า 210 ล้านปอนด์ และเริ่มซื้อนักแตะสตาร์ดังจากหลายทีม มีเงินให้ผู้จัดการทีมซื้อตัวได้เต็มที่ ทำให้เรือใบสีฟ้าลำนี้แล่นฉิวอีกครั้ง กลับมาคว้าแชมป์ลีกเพิ่มอีกรวมทั้งหมดเป็น 6 สมัย มากเป็นอันดับสองรองจาก แมนยูไนเต็ด